




1. ระบบเหยื่อล่อ (Termite Baiting System)
วิธีนี้เน้นการ “ตายยกรัง” โดยใช้พฤติกรรมการแบ่งอาหารของปลวก เหมาะสำหรับบ้านที่มีปลวกระบาดแล้ว
- หลักการทำงาน: ติดตั้งสถานีเหยื่อ (ในดินหรือบนดิน) ปลวกงานจะกินเหยื่อที่มีสารยับยั้งการลอกคราบ (เช่น Chlorfluazuron) แล้วนำกลับไปป้อนปลวกตัวอื่นๆ รวมถึงนางพญา ทำให้ปลวกทั้งรังค่อยๆ ลดลงและตายหมด
- ระยะเวลา: ปลวกจะเริ่มทยอยตายใน 2-3 สัปดาห์ และตายยกรังภายใน 60-90 วัน
- ข้อดี: ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง ไม่ต้องเจาะพื้นบ้าน และไม่มีกลิ่นเหม็น
- ยี่ห้อที่นิยม: เช่น Sentricon, Nemesis, Exterra และ Wisdom
2. ระบบเคมี (Chemical Barrier)
วิธีนี้เน้นการ “ป้องกันและกำจัดทันที” โดยการสร้างแนวกั้นสารเคมีรอบตัวบ้าน
- หลักการทำงาน: ใช้วิธีอัดน้ำยาเคมีลงดิน (Soil Treatment) ผ่านท่อใต้อาคาร หรือเจาะพื้นเพื่อฉีดพ่นน้ำยา เพื่อให้สารเคมีเคลือบผิวหน้าดินป้องกันปลวกทางดินไม่ให้เข้าบ้าน
- ระยะเวลา: เห็นผลทันทีที่ปลวกสัมผัสสารเคมี แต่อาจป้องกันได้เฉพาะจุดที่มีสารเคมีครอบคลุมเท่านั้น
- ข้อดี: ป้องกันปลวกใหม่เข้าบ้านได้ดีในระยะยาว (ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของน้ำยา) และราคามักจะย่อมเยากว่าระบบเหยื่อในระยะแรก
- ยี่ห้อที่นิยม: ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Chaindrite, Beger หรือน้ำยาที่มีส่วนผสมของ Fipronil
ตารางเปรียบเทียบเบื้องต้น
| คุณสมบัติ | ระบบเหยื่อ | ระบบเคมี |
|---|---|---|
| การเห็นผล | ค่อยเป็นค่อยไป (ตายยกรัง) | รวดเร็วทันใจ (กำจัดเฉพาะจุด/ป้องกัน) |
| ความปลอดภัย | สูงมาก (สารเคมีต่ำ) | ปานกลาง (มีกลิ่นและสารตกค้าง) |
| การติดตั้ง | วางสถานี/กล่องเหยื่อ | อัดลงดิน/ฉีดพ่น |
| ความยุ่งยาก | ต้องมีการตรวจเช็คเหยื่อสม่ำเสมอ | อาจต้องเจาะพื้นหากไม่มีระบบท่อ |
สรุปคำแนะนำ:
หาก ต้องการป้องกัน ตั้งแต่ช่วงก่อสร้างหรือดูแลรอบปี แนะนำให้ใช้ ระบบเคมี อัดน้ำยาลงดินเพื่อสร้างแนวกันปลวกครับ หาก พบปลวกในบ้านแล้ว แนะนำให้ใช้ ระบบเหยื่อ เพื่อกำจัดให้ตายยกรังโดยไม่ต้องทำลายโครงสร้างบ้าน
